7 อาวุธ ติดปีกให้ธุรกิจยุคDigital

 

     ตามที่ผมเคยได้เขียนไว้ในบทความพ่อค้าคนกลางเตรียมสูญพันธุ์ ธุรกิจรับสินค้าจากจีนเตรียมปิด เมื่อจีนรุกเข้าสู่ E-Commerce เต็มสูบ  ทำให้เห็นถึงอำนาจของการค้าขายสินค้ากันแบบข้ามโลกซึ่งทำให้คำว่าโลกไร้พรมแดนเป็นจริงขึ้นทุกๆวินาที  การแข่งขันกันทางธุรกิจไม่ขึ้นกับข้อจำกัดของแต่ละประเทศอีกต่อไป

     ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์นี้ก็คือ การมาของ “Digitalization” หรือ ยุคดิจิทัล ที่พวกเราคุ้นเคย จากการใช้อินเทอร์เน็ตในรูปแบบของ 3G , 4G ซึ่งปัจจัยนี้ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคไปภายในระยะเวลาไม่นาน และการอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้างมากขึ้น จากที่เคยขายได้ในประเทศไทย กลับกลายเป็นขายได้ในทั่วโลกเลยล่ะครับ

ลองดูตัวอย่างของป้าขายชุดลิเก จากร้านขายชุดลิเกเล็กๆ กลับกลายเป็นขายชุดลิเกให้กับลูกค้าต่างชาติได้ เพราะป้าใช้ช้องทางออนไลน์เพื่อเข้าถูกลูกค้าจากอีกซีกโลกหนึ่ง ใครสนใจลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ Click

 

เราลองมาดูกันถึง 7 ปัจจัยความสำเร็จของบริษัทยุคใหม่ว่าทำไมถึงสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

 

  1. อินเทอร์เน็ต (Internet)คือปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ สามารถตักตวงและใช้ประโยชน์ช่องทางนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างมาก อินเทอร์เน็ตคือช่องทางที่ธุรกิจรูปแบบใหม่สามารถเข้าถึงคนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านคนได้อย่างง่ายและรวดเร็ว ดังนั้นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วส่วนใหญ่จะเปลี่ยนจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นลูกค้าในประเทศที่อาจจะมีอยู่จำกัด กลายเป็นลูกค้าทั่วโลกที่มีความต้องการอย่างมากมายมหาศาล (ลองคิดดูว่าธุรกิจของคุณจะเปลี่ยนไปบ้างได้ไหม? ยังขายแต่อยู่ลูกค้าหน้าเดิมๆ หรือลุกค้าในจังหวัดคุณอยู่หรือเปล่า?)

 

  1. ขายตรงไปยังผู้บริโภค (Direct to Customer)ด้วยรูปแบบของธุรกิจรูปแบบใหม่ ส่วนใหญ่ธุรกิจประเภทนี้จะเป็นธุรกิจบริการที่สามารถให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตทำให้คนทั่วโลก สามารถเข้าไปใช้บริการต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ได้ทันที และสามารถสร้างรายได้ ทันทีเช่นกันโดยที่ไม่จำเป็นต้องส่งสินค้าไปให้ ตัวอย่างเช่น บริการลงโฆษณาผ่านทางกูเกิ้ล ที่คนทั่วโลกสามารถลงโฆษณากับกูเกิ้ลได้ง่ายๆ โดยปี 2010 สามารถสร้างรายได้ให้กับกูเกิ้ลปีละ 2.8 หมื่นล้านเหรียญ (8 แสนกว่าล้านบาท) โดยเป็นเงินที่เก็บจากคนที่ลงโฆษณาใน กูเกิ้ลทั่วโลก และคนเหล่านั้นจ่ายเงินให้กับกูเกิ้ลตรงๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตทันที หรือหากเป็นการขายสินค้า ก็จะเป็นการส่งสินค้าจากประเทศแหล่งผลิตโดยตรงไปยังมือผู้รับทันที ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนหลายๆ อย่างได้และนำมาซึ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะตัดตัวกลางอย่างพ่อค้าคนกลางออกไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของ Apple หากคุณสั่งสินค้าจากทางออนไลน์คุณจะได้รับสินค้าส่งมาจากประเทศจีนถึงบ้านคุณทันที  (ลองมองธุรกิจคุณสิ ต้องสินค้าผ่านกี่ต่อกว่าจะไปถึงมือผู้บริโภค ทุกลำดับขั้นของการส่ง จะมีต้นทุนเกิดขึ้นเสมอ จะดีไหมหนอ หากเราสามารถตัดตัวกลางต่างๆ ออกไปได้ เพื่อลดต้นทุน และสร้างกำไรให้กับธุรกิจของคุณ)

 

  1. กลยุทธ์หางยาว (Long Tail)
    คือกลยุทธ์ที่สามารถขายสินค้านับล้านๆ รายการผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปขึ้นอยู่กับพื้นที่แสดงสินค้าอีกต่อไป เพราะหากคุณมีหน้าร้านโอกาสที่คุณจะนำของนับล้านชิ้นไปวางแสดงเพื่อขายคงเป็นไปได้ยาก เพราะพื้นที่จำกัด เราจึงต้องเลือกสินค้าที่ขา
    ยดีๆ มาวางขาย ส่วนสินค้าที่ขายไม่ได้ ก็คงต้องเก็บไว้หลังร้าน ดังนั้นสินค้าที่ไม่แสดงโอกาสการขายก็จะหายไปทันที และหากเราต้องการพื้นที่วางแสดงสินค้าเยอะๆ นั้นหมายถึงเราก็ต้องมีพื้นที่เยอะขึ้นด้วยเช่นกัน ราคาค่าเช่าก็จะเยอะขึ้นตาม ดังนั้นจำนวนสินค้าจึงแปรผันตรงกับค่าใช้จ่ายของธุรกิจทันที

 

หากในโลกอินเทอร์เน็ต คุณสามารถนำสินค้านับล้านไปใส่ไว้ในเว็บไซต์ เพื่อให้คนสามารถชมและค้นหาสินค้าต่างๆ ได้ง่ายๆ เพียงแค่คลิกไม่กี่ที ของที่คุณต้องการก็จะมาปรากฏที่หน้าคุณแล้ว ดังนั้นต่อให้มีสินค้านับล้าน หรือสิบล้านชิ้นได้ง่ายๆ ยังไงก็ไม่มีผลต่อต้นทุนทางธุรกิจ เพราะยิ่งใส่ไปมากเท่าไรก็เป็นเพียงข้อมูลดิจิตอลเท่านั้น แต่ยิ่งหน้าเว็บไซต์ของคุณมีสินค้ามามาย ก็จะยิ่งช่วยสร้างยอดขายให้กับสินค้าที่ไม่ดัง ไม่ค่อยมีคนซื้อให้กับธุรกิจคุณได้เช่นกัน เพราะลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าทุกชิ้นของคุณได้ นี้คือรูปแบบของกลยุทธ์หางยาว (Long Tail) (กลับมาดูธุรกิจคุณเองสิ ว่าคุณมีเว็บไซต์หรือยัง หากมีแล้ว เว็บไซต์คุณได้สร้างยอดขายให้กับคุณไหม?)

ขอขอบคุณภาพจาก http://www.wired.com

 

  1. การสร้างนวัตกรรม (Innovation)สังเกตได้ว่าบริษัทหลายๆ แห่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่เกิดจากการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น กูเกิ้ลเปิดตัวบริการใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง หรือ แอปเปิ้ล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีการพัฒนารูปแบบใหม่ทุกๆ ปี เป็นต้น การสร้างนวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการสร้างสินค้า (Product) หรือบริการ (Service) การสร้างนวัตกรรมยังสามารถสร้างให้เกิดขึ้นกับขบวนการ (Process) ของการทำธุรกิจได้อีกด้วย เช่น Dell ฉีกกฏการขายแบบเดิม มาเป็นปรับกระบวนการขาย ให้เกิดการขายตรงไปยังผู้บริโภคและปรับกระบวนการผลิตที่เชื่อมต่อข้อมูลกับโรงงานที่ส่งชิ้นส่วน ทำให้สามารถลดต้นทุนในการผลิตได้มาก และนำมาซึ่งกำไรให้กับธุรกิจมากขึ้น (กลับมาคิดดูสิว่าธุรกิจของคุณ จะสามารถปรับปรุงกระบวนการอะไรให้ดีขึ้น ให้สามารถลดต้นทุนได้อย่างไร บางอย่างสามารถนำเทคโนโลยีหรือวิธีคิดใหม่ๆ มาใช้ได้ทันที)

 

  1. โมเดลทางธุรกิจ (Business Model)โมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน อย่ายึดติดกับโมเดลธุรกิจเดิมๆ ลองคิดอะไรใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีมาต่อยอด เพราะเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน โมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ Groupon.com เว็บรวมส่วนลดและดีลพิเศษ ที่ทำให้คนทั่วไปสามารถซื้อส่วนลดสินค้าต่างๆ ได้โดยประหยัดไปมากกว่า 50% ทางออนไลน์ และกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อไปทาง Social Network ซึ่งโมเดลธุรกิจแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีทำให้เกิดการกระจายข้อมูลข่าวสารไปได้ง่าย จึงทำให้ธุรกิจนี้โตอย่างมาก โดยมูลค่าของ Groupon.com มีมากถึง 1.8 หมื่นล้านเหรียญ (5 แสนกว่าล้านบาท) หลังจากเปิดบริษัทได้เพียง 2 ปีกว่าๆ เท่านั้นเอง (ลองกลับมานึกดูสิ ว่ามีโมเดลธุรกิจอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น หรือสามารถนำมาประยุกต์อะไรใหม่ๆ เพื่อทำให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ได้บ้างไหม)

 

 

  1. แนวคิดแบบLean

 

     แนวคิดแบบ Lean คือ การนำความต้องการหรือ คุณค่าที่ลูกค่าให้ความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์ หรือบริการของธุรกิจมาเป็นตัวตั้ง ดังนั้นกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วไม่ตรงกับคุณค่าดังกล่าว ก็ถือเป็นความสูญเปล่า (Waste) การสร้างวัฒนธรรมแบบลีนเพื่อให้คนในองค์กรมีแนวคิดแบบลีน ปฏิบัติแบบลีน จะทำให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีกว่า เร็วกว่า และถูกกว่าได้อย่างยั่งยืน 

     ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในธุรกิจยุคใหม่ พนักงานหนึ่งคนสามารถทำได้มากกว่า หน้าที่เดียว และยังมีเครื่องมือต่างๆที่ชดเชยงาน Routine หรืองานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ เช่น บริการ Messenger , ที่ปรึกษาด้าน IT หรือ ธนาคารที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ก็ทำให้เราสามารถทำธุรกิจภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ และสังคมได้เป็นอย่างดี 

 

7.การหาคู่หูทางการเงินที่เข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนธุรกิจ 

 

การมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจ ถือเป็นออกซิเจน หล่อเลี้ยงธุรกิจในยุคปัจจุบัน การเลือกธนาคารมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในสภาวะเศรษฐกิจผันผัวนอย่างในทุกวันนี้ถือว่าสำคัญมาก เนื่องจากธนาคารทุกวันนี้ไม่ได้เพียงแต่ทำหน้าที่เพียงแค่ให้กู้เงิน ชำระเงิน แต่ยังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน แนะนำในการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน รวมถึงจัดหาคู่ค้าได้อีกด้วย 

 

     ข่าวล่าสุดที่ทาง ธนาคารกรุงไทยได้รับเลือกเป็น Best Trade Finance Bank in Thailand 2016 จากนิตยสาร Global Finance ซึ่งเป็นนิตยสารด้านธุรกิจการเงินระดับโลก โดยนิตยสารได้ประกาศรางวัล “World’s Best Trade Finance Provider Awards 2016” ในงาน Bankers Association for Finance and Trade (BAFT) 2016 Global Annual Meeting

     KTBผลรางวัลมาจากการที่ Global Finance ทำการสำรวจจากกลุ่มลูกค้าผู้บริหารระดับสูง นักวิเคราะห์ และผู้ชำนาญการด้านเทคโนโลยี โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาจากปริมาณธุรกิจด้าน Trade Finance เทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนต้องเป็นผู้ให้บริการที่ครอบคลุมทั่วโลก ที่สามารถสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าได้อย่างทันท่วงทีในภาวะการค้าโลกได้ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน

ทางด้านการให้คำปรึกษาลูกค้าในเรื่องกฎการค้าสากลนั้น ธนาคารกรุงไทยมีทีมผู้ชำนาญการ (Trade Advisor)  ที่ศูนย์ธุรกิจต่างประเทศ หรือ IBC (International Business Center) ที่มี 23 แห่งทั่วประเทศ และดูแลลูกค้าทุกกลุ่มทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ SMEs ภาครัฐ หรือผู้ค้ารายย่อย ที่ผ่านมาธนาคารได้จัด Workshop ในเรื่องการปฏิบัติด้านเอกสารการค้าต่างประเทศให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้า SMEs ที่ทำการส่งออกครั้งแรก หรือการให้คำแนะนำในการพิจารณาความเสี่ยงของธนาคารคู่ค้า โดยธนาคารกรุงไทยยังเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ได้รับรอง ISO27001 ด้าน Trade Finance

 

     นอกจากมาตรฐานระดับโลกที่ทางธนาคารกรุงไทยไปได้รับรางวัลมาแล้วนั้น ทางธนาคารยังมีบริการดีๆ ที่เข้าใจคนทำธุรกิจในยุคปัจจุบันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ SMEs ที่ขายเฉพาะภายในประเทศ หรือการบริการการค้าต่างประเทศอิเล็กทรอนิคส์ Click ก็เป็นบริการที่คิดมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในยุคปัจจุบัน

KTB2

     ปัจจัยเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการติดอาวุธให้ ธุรกิจใหม่ๆสามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล และเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาอันสั้น แต่สิ่งสำคัญคือตัวเราเองจะสร้างการเติบโตลักษณะเดียวกันนี้กับงานี่เราทำ หรือธุรกิจที่เราอยู่ได้อย่างไร การเริ่มต้น ลงมือทำจากแต่ละคน ก็จะส่งผลต่อธุรกิจ และต่อยอดไปยังประเทศชาติได้ ดังนั้นคิดและลงมือทำเดียวนี้เลยครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง:

Review โน็ตบุ๊กสุดบาง Samsung Series 9
ลดค่าใช้จ่ายการจ่ายบิลกับ KTB Net Fee Zero
แอบดูเทคโนโลยีของภาครัฐ ก้าวล้ำไปแค่ไหน ที่เราจะได้ใช้เร็วๆ นี้
4 เคล็ดลับ เลือกการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ให้เหมาะกับสไตล์ตัวเอง

Comments

comments

%d bloggers like this: